illustration, magazine design, portfolio, way magazine

WAY issue 61 – The Age of Criticism

 

cv-way#61

 

way61-unuse

 

At First Sight
ณขวัญ ศรีอรุฯ

เอ็กซ์เซลเหล่น!

สมัยยังเป็นนักเรียนออกแบบ คำวิจารณ์เป็นของธรรมดาเหมือนฝนตก
แดดออก แม้จะมีทั้งเย็นชุ่มฉ่ำใจ หรือแผดเผาจนตัวเราไหม้เกรียม แต่
ก็เป็นเรื่องที่จักต้องยอมรับและอยู่กับมัน

เราเคยชินอย่างนั้น เพราะในวิชาออกแบบนั้น กระบวนการเรียนรู้
จะขาดการวิพากษ์วิจารณ์ไปไม่ได้ อาจารย์แต่ละท่านต่างถนัดสวมหมวก
กันคนละใบ

บ้างก็เป็นอย่างผู้คร่ำหวอดในวิชาชีพ มีคำวิจารณ์แกมชี้แนะให้เรา
ปรับปรุงแก้ไข ซึ่งโดยมากวิธีที่ง่่ายที่สุดคือ ลืมไอ้ที่ทำมาไปให้หมด แล้ว
คิดใหม่ทำใหม่่

บ้างก็สวมหมวกผู้บริโภค ผู้ไม่มีหน้าที่ชี้แนะอันใด แค่สะท้อนว่าชอบ
ไม่ชอบ… สั้นๆ แต่เด็ดขาดยิ่ง

มีบ้างเหมือนกันที่อาจารย์ท่านกรุณาสวมหมวกลูกค้าผู้มีฮาโล่
เรืองรองดั่งพระเจ้า แล้วมองต่ำลงมา ลดตัวออกปากวิจารณ์ถึงรสนิยม
สาธารณ์ของนักเรียนออกแบบผู้ต้อยต่ำและไม่เข้าใจอะไรเอาเสียเลยยยยย

ก็ตอนนั้นเราไม่เข้าใจจริงๆ อะนะ

อาจารย์บางท่านก็นิยมสรุปรวบรัดเหลือเพียงตัวอักษรสี่ตัว A B
C D แล้วแถมพกด้วยคอมเมนท์เล็กๆ น้อยๆ มีทั้งคำชมสั้นๆ เขียนด้วย
ลายมือ เช่น “concept ดี present แย่มาก” หรือกลับกัน

แต่ที่น่าจดจำคืออาจารย์ท่านหนึ่งผู้นิยมคอมเมนท์ด้วยศัพท์อังกฤษ
คำเดียว เช่น

Excellent!
Well done.
Gorgeous!
Superb!
Fabulous!
Extravaganza !

ผลก็คือเราไม่แน่ใจว่าท่านชม…หรือด่า…หรือประชด จนต้องมานั่ง
เปิดดิคฯและปรึกษากัน

นั่งระลึกเรื่องราวตอนนั้นแล้วก็พบว่าเหล่านักเรียนไม่ค่อยอินัง
ขังขอบกับคำวิจารณ์เชิงลบเท่าไรนัก เรารับมือคำวิจารณ์เหล่านั้นด้วย
อารมณ์ขันเสียเป็นส่วนมาก ไม่เห็นมีใครเดือด ของขึ้น ซึมเศร้า หรือ
ก้าวร้าว…

. . .

 

โต๊ะที่ผมนั่งทำงานมีชัยภูมิที่ดี กล่าวคือ ด้านหลังเป็นภูเขา ข้างๆ
เป็นแม่น้ำ (อันที่จริง ด้านหลังเป็นผนังห้อง ข้างๆ เป็นโต๊ะวางขนมและ
เครื่องชงเอสเปรซโซ่) สามารถทำงานได้อย่างสบายใจไม่มีใครมาวอกแวก
ด้านหลังให้สันหลังวาบ

แต่ในบางโอกาส เพื่อนร่วมสำนักงานอาจจะมีความห่วงใยถึงหน้าปก
หนังสือที่ตนเองเป็นผู้ประพันธ์ เขาก็เลยทำทีเลียบๆ เคียงๆ เดินมาชง
กาแฟ พลางไถ่ถามว่าลูกชายของเขาหน้าตาเป็นอย่างไรบ้างแล้ว…

ผมเปิดไฟล์อาร์ทเวิร์คให้เขาดู
เขาดู
แล้วก็นิ่ง

ความเงียบเป็นศัตรูที่น่าเกรงขามที่สุด แต่ที่มีชัยเหนือกว่านั้น คือ
ความอยากรู้อยากเห็น “เป็นไงมั่ง” คำถามของผมถือเป็นฉันทานุมัติ และ
คำวิจารณ์ที่ตามมาจากนั้นเป็นเรื่องเหนือการควบคุม

น่าแปลก เขายังไม่ทันได้พูดอะไรหักหาญน้ำใจเลยสักนิด แต่ผม
กลับรู้สึกประหนึ่งกวางได้กลิ่นสาบเสือ กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง หัวใจเต้นถี่
ลมหายใจสั้นกระชั้น โสตประสาทตื่นตัว พร้อมสู้หรือหนี

นึกย้อนไปสมัยเป็นนักเรียน หากมีคนตั้งท่าจะวิจารณ์อะไร
เราก็แค่… ฟัง

 

“ไม่สวยอะ” เขาพูดเรียบๆ เหมือนการวิจารณ์นางงามผู้กำลังค้อม
ศีรษะรับมงกุฎ ผ่านจอโทรทัศน์

เขาวิจารณ์เฉยๆ ไม่ได้บอกให้ผมทำอะไร (แม้จะชื่นชมปกหนังสือ
บางเล่มให้ผมฟังอย่างออกนอกหน้า) ผมก็เลยยังไม่ทำอะไร

คำว่า สวย ไม่สวย ในหลายกรณีก็ช่างไร้ความหมาย เหมือนกับ
คำว่า ชอบ ไม่ชอบ นั่นแหละ แต่บางทีเราก็ต้องใส่ใจมันเหมือนกัน — เป็น
กรณีๆ ไป

ผมนั่งนิ่งๆ มองงาน ‘ไม่สวย’ ปล่อยให้มือคิดแทนสมอง แล้วดูว่า
มันจะนำพาทางออกอะไรได้บ้าง

ตอนเด็กๆ เราแค่หัวเราะใส่มัน (ไม่แน่ใจว่าหัวเราะเยาะความ
ไม่เอาอะไรเลยของตัวเราเอง หรือหัวเราะอาจารย์ที่ตาไม่ถึง)

ทำงานมาก็ห้าหกปีแล้ว คงดักดานเต็มทนหากทำได้เพียงแค่หัวเราะ
เยาะใส่ทุกคำวิจารณ์ คงต้องฟังให้ลึกกว่าเดิม เพราะในคำวิจารณ์ คำด่า
กระทั่งคำชม นั้นมีอะไรมากกว่าถ้อยคำชั้นเดียวเสมอ

ให้อุปมาคงพูดได้ว่า มันอยู่ที่วิจารณญาณของคุณเอง ว่าได้ยินอะไร
จากปก WAY ฉบับนี้.

 

 

Advertisements
Standard

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s