magazine design, portfolio, way magazine

WAY issue 64 – Meaw Monk (แมวมั้ง?)

01 CV64-done.ai

At first sight#64

title: สิ่งยึดเหนี่ยว (เกี่ยวห้อยโหน)
byline: ณขวัญศรีอรุฯ

ที่บ้านผมเคยเลี้ยงแมวฝูงใหญ่ มันเริ่มจากแมวคู่เดียว (ตัวเมียทั้งสอง) แล้วแตกลูกแตกหลานอย่างกับอะมีบาแบ่งตัว พักเดียวก็ยั้วเยี้ยไปหมดไม่รู้ครอกไหนเป็นครอกไหน เราเลี้ยงแมวไว้นอกบ้าน และมันก็ย้ายออกย้ายเข้ากันสนุกสนาน แต่นั่นเป็นเรื่องนานมาแล้ว

ในเวลานั้นไม่มีโซเชียลมีเดียให้อวดสรรพคุณ หมู่แมวจึงไม่มีตัวใดเด่นดัง หากจะได้ออกสื่อบ้าง ก็มีเพียงการกล่าวถึงในจดหมายเวลาผมเขียนถึง Pen Friend

อ่านมาถึงตรงนี้คิดว่าท่านผู้อ่านคงได้กลิ่นวินเทจกรุ่นๆ และสีฟิล์มซีดจางในระบบโมโนโทน… แต่มันไม่ได้นานขนาดนั้นหรอก โลกหมุนเร็วต่างหาก

มาวันหนึ่งแมวก็ฮิต

ถล่มหน้าวอลล์ด้วยแมวเซเล็บ ของคนเซเล็บ

แมวยังคงมีนิสัยอย่างแมว ฝนเล็บกับเฟอร์นิเจอร์ตัวที่แพงที่สุด ฉี่รดพรมผืนที่เราหวงที่สุด และเคล้าแข้งเคล้าขา

ตอนได้ยินเสียงเปิดกระป๋องอาหาร

แมวน่ะ คล้ายๆ เดิม

คนต่างหาก ที่เปลี่ยนไป

พูดเรื่องพระบ้างดีกว่า

ผมไหว้พระนะ เวลาไปต่างจังหวัด หากแวะวัด ผมมักเข้าไปยังอุโบสถเพื่อกราบพระประธาน ปกติในโบสถ์มักจะเงียบและเย็น เหมาะแก่การนั่งเฉยๆ สักครู่ พระพุทธมองต่ำลงมา ยิ้มนิดๆ ให้เราเสมอ ไม่มีชักสีหน้าแม้เราจะไม่ได้นั่งพับเพียบเรียบร้อย (ท่านั่งที่เมื่อยที่สุดในโลก)

ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ที่บ้านมักจะพากันไปวัดในวันหยุดสุดสัปดาห์ ออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ กว่าจะถึงก็ก่อนเพลเล็กน้อย พอทันได้ถวายอาหารเลี้ยงพระ ตอนเด็กๆ ผมสงสัยมากว่าใกล้ๆ บ้านเราก็มีวัดเยอะแยะ ทำไมต้องถ่อไปถึงนู่น พ่อแม่เพียงบอกว่า วัดนี้พระดี น่าเคารพ คำตอบนี้ทำให้ผมมีปัญหาตามมามากมาย เช่น แล้วพระแถวบ้านนี่คือพระไม่ดีเหรอ? แปลว่าถ้าเจอพระเดินพันธุ์ทิพย์อยู่เราไม่จำเป็นต้องเดินหลีกทางใช่ไหม?

เดชะบุญที่ตอนนั้นเป็นเด็กน้อย ผู้ใหญ่ว่าไงก็ว่าตามกัน ไม่งั้นคงได้ทำบาป ด้วยเหตุกระตุ้นโทสะแก่บุพการี ทั้งๆ ที่เพิ่งทำบุญมา

เรียนจบปุ๊บ สิ่งแรกที่ผมทำไม่ใช่การไปเที่ยวทิ้งทวน ไม่ใช่การสมัครงาน แต่เป็นการไปบวชครับ

ตอนเป็นพระใหม่อยู่หนึ่งเดือน น่าจะเป็นช่วงที่ใกล้ชิดพุทธศาสนามากที่สุด วัดที่ผมไปบวชนั้นอยู่วังน้ำเขียว ค่อนข้างเงียบ และเคร่งครัดเรื่องวัตรปฏิบัติตามสายหลวงปู่ชา ยิ่งเป็นพระใหม่ การประพฤติปฏิบัติต่างๆ ยิ่งแข็งเกร็ง คล้ายวินัยทหาร ยกตัวอย่างเป็นรูปธรรมก็เช่น ก่อนเราจะออกไปบิณฑบาตได้ (เท้าเปล่า ทางลูกรัง) ต้องนุ่งห่มให้เรียบร้อยเต็มยศ (ต้องห่มสองชั้นด้วยครับ ใช้จีวรและสังฆาฏิซ้อนกันก่อนห่มคลุม – ซึ่งร้อนมาก ไม่มีหรอกจีวรรุ่ยๆ เดินพลิ้วๆ)

เพื่อนพระใหม่ (เป็นก๊วนนิสิตแพทย์ มาบวชเป็นกิจกรรมของวิชาเลือกหรืออะไรทำนองนี้) ถามเจ้าอาวาสว่า “พุทธสอนให้ปล่อยวาง ทำไมการแต่งกายถึงมีกฎเกณฑ์หยุมหยิมนักล่ะครับ” เจ้าอาวาสท่านตอบประมาณว่า แม้เครื่องนุ่งห่มจะเป็นแค่สมมุติ แต่เมื่อเรายังต้องใช้ประโยชน์จากมัน ก็ควรใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม

นิสิตแพทย์เหล่านั้นพกความเป็นปัญญาชนมาเต็มบ่า และมีไอคิวสูงปรี๊ด แต่คำตอบสั้นๆ เพียงเท่านี้เขาก็พึงใจ (สงสัยว่าพวกเขาจะเข้าใจด้วย EQ มิใช่ IQ)

นอกจากนั้นในระยะเวลาหนึ่งเดือน ยังมีปัญหา คำถาม คำตอบ อีกมากมายหลายข้อ ที่เจ้าอาวาสและพระที่บวชอยู่ก่อนตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง ฟังแล้วเคลียร์บ้างไม่เคลียร์บ้าง แต่ในอารามอันเงียบสงัดนั้น คำตอบแบบปัญญาชนไม่จำเป็นเลยสักนิดเดียว… ของบางอย่างก็ไม่อาจกระจ่างด้วยความคิดและคำพูด

หนึ่งเดือนผันผ่าน พวกเราลาสิกขา กลับมาสู่โลกที่หมุนเร็วจี๋ ต่างกันลิบลับกับอารามห่างไกลอันสงบสงัด

เมื่อปะทะสังสรรค์่กับโลก คำถามจึงผุดยิ่งกว่าพรายฟองเบียร์พุ่งขึ้นสู่พื้นผิว

ศาสนาน่ะ คล้ายๆ เดิม

คนต่างหาก ที่เปลี่ยนไป

ป.ล. ชาวพุทธได้โปรดสบายใจ ไม่มีการทรมานสัตว์ในการถ่ายทำ …แค่ขัดใจแมวนิดหน่อยเท่านั้น

senggg

– – –

On the Cover

แบบปก

อีจี้ (FB: ichiway)

ช่างภาพ

อนุชยนตมุติ

Advertisements
Standard

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s