way magazine

WAY#83 swear words

01 cv83-fin.ai

ปกนี้เริ่มจากคำว่า ‘ไอ้หน้าxี’

บุรุษจำนวนหนึ่งลงมติกันว่าเป็นคำด่าที่มีพลานุภาพสูงสุดในการหยามเกียรติ

แต่ใบหน้าก็คือใบหน้า ต่อให้สวยงามหรืออัปลักษณ์เพียงใดก็ไม่อาจกลายเป็นโยนีไปได้ แล้วคำด่า ‘หน้าxี’ มันมีความหมายได้อย่างไร เรื่องนี้ เรเน มากริตต์ (René Magritte) อาจตอบเอาไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อครั้งที่เขาพูดถึงภาพ The son of Man ของเขา

The son of Man by René Magritte

The son of Man by René Magritte

“At least it hides the face partly well, so you have the apparent face, the apple, hiding the visible but hidden, the face of the person. It’s something that happens constantly. Everything we see hides another thing, we always want to see what is hidden by what we see. There is an interest in that which is hidden and which the visible does not show us. This interest can take the form of a quite intense feeling, a sort of conflict, one might say, between the visible that is hidden and the visible that is present.”

ทุกสิ่งที่เราเห็นซ่อนสิ่งอื่นเอาไว้ เราอยากเห็นสิ่งที่ถูกปกปิดไว้เสมอ มันเป็นความสงสัยใคร่รู้ที่หนักหน่วง เป็นความรู้สึกที่ขัดแย้ง

ใบหน้าของผู้ถูกด่านั้นยังปกติดี (แม้อาจจะบึ้งตึงและโกรธเกรี้ยว) แต่คำด่านั้นสร้างภาพบางภาพขึ้น และภาพนั้นซ่อนบางสิ่งที่น่าสงสัยใคร่รู้เอาไว้ — เมื่อถูกผู้อื่นเรียกขานว่ามีใบหน้าเหมือนโยนี เขาย่อมมิได้หวั่นไหวว่าใบหน้าของตนจะเป็นอื่น ตำรวจไม่จับข้อหาอนาจาร (กรุณาสวมหน้ากากก่อนออกจากบ้านด้วยครับ) หรือยั่วยุกามารมณ์แก่ผู้พบเห็น แต่สิ่งที่เขาหวั่นไหวก็คือ เมื่อถูกเรียกว่า ‘ไอ้หน้าโยนี’ สิ่งอื่นๆ ที่ใบหน้า(ปกติ)ปิดบังอยู่นั้น อาจเป็นความต่ำตมอย่างอวัยวะสืบพันธุ์

แต่จะใช้ภาพโยนี (ที่รีทัชเนียนใส + ได้ทรงตามขนบ) ขึ้นหราบนปกนิตยสาร…ก็คงกระอักกระอ่วนไปหน่อย แม้จะมีเจตนาดีๆ อันใด
อยู่เบื้องหลังก็ตาม

The Origin of the World by Gustav Courbet

The Origin of the World by Gustav Courbet

ผมนึกถึง performance artist หญิงนามว่าเดบอราห์ เดอ โรแบร์ติส (Deborah de Robertis) ในคราวที่เธออวดภูมิทัศน์ส่วนตั๊วส่วนตัวอ้าซ่ากลางพิพิธภัณฑ์ Musée d’Orsay ในกรุงปารีส ยั่วล้อไปกับภาพเขียน The Origin of the World ของ กุสตาฟ กูร์เบต์ (Gustav Courbet) ผลก็คือเธอโดนเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์หิ้วปีกออกไปครับ แต่ฝูงฝรั่งมุงต่างปรบมือให้ในงาน performance ชิ้นนี้ของเธอนะ

การด่านั้นก็ย่อมมีทั้งด่าอย่างฉูดฉาดหยาบคาย ทำให้
ผู้ฟังเข้าใจโดยเร็วว่ากำลังถูกด่า อีกแบบหนึ่งก็คือการด่าอย่างแช่มช้า หรือจะเรียกว่าด่าอย่างมีศิลปะ… ประโยชน์ของมันอาจเป็นแค่ระบายอารมณ์ด้านลบออกไปโดยที่ไม่ได้ต้องการให้มีรีแอ็คชั่นเป็น
ของคมๆ หรือแข็งๆ สวนกลับมา — ก็คนฟังเขาไม่เก็ท

ไอ้หน้าxี อย่างมีศิลปะ … อืมม ออกมาประมาณนี้อาจดูไม่ร่วมสมัย
สักเท่าไร แต่คงไม่เป็นไรมั้ง เพราะคำด่าคำนี้ น่าจะอยู่ในสกุล surrealist.

sonofabitchV2-rgb

Advertisements
Standard

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s